นอกจากการกระจายตัวของประชากรไทยแล้ว ข้อมูลที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่งคือ อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและจำนวนครัวเรือนของไทย
จากข้อมูลอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและจำนวนครัวเรือนของไทยในระดับประเทศตั้งแต่สิ้นปี พ.ศ. 2568 (31 ธ.ค. 2568) และย้อนหลังไป 10 ปี ถึง ปี พ.ศ. 2558 (31 ธ.ค. 2558) (ตารางที่ 1) พบว่า

ตารางที่ 1 อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและจำนวนครัวเรือนของไทย ปี 2558-2568

รูปที่ 1 แผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและจำนวนครัวเรือนของไทย ปี 2558-2568
Figure 1. Chart comparing the rates of change in Thailand’s population and number of households, 2015–2025.
ข้อสังเกต อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นเฉพาะในช่วงปี 2558 - 2562 และลดลงอย่างชัดเจนในช่วงปี 2562-2563 หลังจากนั้นจะลดลงตลอดจนถึงปี 2568 ส่วนอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้นตลอดช่วงปี 2558 -2568
อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนล่าสุด (ช่วงปี 2563-2568)
เมื่อพิจารณาอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนในระดับจังหวัด 5 ปีย้อนหลัง (ช่วงปี 2563 – 2568) ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรลดลง โดยพิจารณาอัตราการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด 10 อันดับแรก พบว่า
จังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรมากที่สุด 10 อันดับ ประกอบด้วย

ตารางที่ 2 จังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรมากที่สุด 10 อันดับในช่วงปี 2563 - 2568
จังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนมากที่สุด 10 อันดับ ประกอบด้วย

ตารางที่ 3 จังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนมากที่สุด 10 อันดับในช่วงปี 2563 - 2568
ข้อสังเกต พบว่าจังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรมากที่สุด 10 อันดับแรก กับจังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนมากที่สุด 10 อันดับแรก มีจำนวนจังหวัดที่มีชื่อซ้ำกัน 5 จังหวัด คือ ระยอง ปทุมธานี ชลบุรี ภูเก็ต และสมุทรปราการ
อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนล่าสุด (ช่วงปี 2567-2568)
เมื่อพิจารณาข้อมูลจังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนล่าสุด (ย้อนหลังไป 1 ปี : 2567-2568) โดยพิจารณาอัตราการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด 10 อันดับแรก พบว่า
จังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรมากที่สุด 10 อันดับ ประกอบด้วย

ตารางที่ 4 จังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรมากที่สุด 10 อันดับในช่วงปี 2567 - 2568
จังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนมากที่สุด 10 อันดับ ประกอบด้วย

ตารางที่ 5 จังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนมากที่สุด 10 อันดับในช่วงปี 2567 - 2568
ข้อสังเกต
- ในปีล่าสุด 2567-2568 จังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรมากที่สุด 10 อันดับแรก กับจังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนมากที่สุด 10 อันดับแรก มีจำนวนจังหวัดที่มีชื่อซ้ำกัน 5 จังหวัด คือ ระยอง ภูเก็ต ชลบุรี ตาก และปัตตานี (ในปี 2563-2568 มีจำนวนจังหวัดที่มีชื่อซ้ำกัน 5 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี ภูเก็ต ปทุมธานี และสมุทรปราการ)
- โดยสรุปพบว่าจังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรมากที่สุด 10 อันดับแรก กับจังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนมากที่สุด 10 อันดับแรก ปรากฏดังนี้

ตารางที่ 6 จังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและหรือจำนวนครัวเรือนมากที่สุด 10 อันดับในช่วงปี 2567 - 2568
จากตารางที่ 6 พบว่าจังหวัดที่ปรากฏชื่อใน 10 อันดับแรกของอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรมากที่สุดและหรืออัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนมากที่สุด มีทั้งหมด 15 จังหวัด และเมื่อนำข้อมูลอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนมาเปรียบเทียบกัน จะปรากฏข้อมูลตามตารางที่ 7 ดังนี้

ตารางที่ 7 เปรียบเทียบอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและจำนวนครัวเรือน 15 จังหวัด
ข้อสังเกต
- มี 12 จังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นซึ่งถือว่าสอดคล้องกัน
- มี 3 จังหวัด คือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ และนครนายก ที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรลดลง ในขณะที่จำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้น
จากตารางที่ 7 ข้อมูลที่น่าสนใจคือปรากฏการณ์ของการเพิ่มขึ้นและลดลงของอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและจำนวนครัวเรือนที่ไม่สอดคล้องหรือไม่ไปในทางเดียวกัน ซึ่งน่าจะมีหลายสาเหตุที่ควรศึกษา และเมื่อพิจารณาข้อมูลจังหวัดที่มีความไม่สอดคล้องกันระหว่างอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรที่ลดลงแต่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้นปรากฏกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยแยกพิจารณาข้อมูลเป็นรายภูมิภาค ปรากฏดังนี้

ตารางที่ 8 การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนภาคเหนือ
ข้อสังเกตุ ภาคเหนือ มีเพียงจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน ทั้ง 2 ช่วงปี

ตารางที่ 9 การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนภาคกลาง
ข้อสังเกตุ ภาคกลาง มี 5 จังหวัด คือ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสมุทรปราการ ที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นสอดคล้องกันทั้ง 2 ช่วงปี

ตารางที่ 10 การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนภาคตะวันตก
ข้อสังเกตุ ภาคตะวันตก มี 3 จังหวัด คือ กาญจนบุรี ตาก และเพชรบุรี ที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน ทั้ง 2 ช่วงปี

ตารางที่ 11 การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนภาคตะวันออก
ข้อสังเกตุ ภาคตะวันออก มี 4 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปราจีนบุรี และระยอง ที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นสอดคล้องกันทั้ง 2 ช่วงปี

ตารางที่ 12 การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ข้อสังเกตุ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทุกจังหวัดมีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรลดลงแต่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้นทั้ง 2 ช่วงปี

ตารางที่ 13 การเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนภาคใต้
ข้อสังเกตุ ภาคกลาง มี 5 จังหวัด คือ กระบี่ นราธิวาส ปัตตานี ภูเก็ต และยะลา ที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนก็เพิ่มขึ้นสอดคล้องกันทั้ง 2 ช่วงปี
เมื่อนำข้อมูลจังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนในช่วง 5 ปีย้อนหลัง (2563 – 2568) มาแสดงเป็นแผนที่การกระจายตัวจะปรากฏข้อมูลดังภาพ

รูปที่ 2 แผนที่แสดงข้อมูลอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร ปี 2563 – 2568 รายจังหวัด
Figure 2. Map showing the rate of population change by province, 2020–2025.

รูปที่ 3 แผนที่แสดงข้อมูลอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือน ปี 2563 – 2568 รายจังหวัด
Figure 3. Map showing the rate of change in the number of households by province, 2020–2025.
ข้อสังเกต จากรูปที่ 2 และ รูปที่ 3
- จังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรลดลงส่วนใหญ่จะเป็นจังหวัดที่อยู่ภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้นน้อยกว่าจังหวัดอื่นด้วย
- ไม่ปรากฏจังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนลดลง โดยจังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนมากส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคตะวันออก
และเมื่อนำข้อมูลจังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรและครัวเรือนในช่วงปีล่าสุด (2567 – 2568) มาแสดงเป็นแผนที่การกระจายตัวจะปรากฏข้อมูลดังภาพ

รูปที่ 4 แผนที่แสดงข้อมูลอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร ปี 2567 – 2568 รายจังหวัด
Figure 4. Map showing the rate of population change by province, 2024–2025.

รูปที่ 5 แผนที่แสดงข้อมูลอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือน ปี 2567 – 2568 รายจังหวัด
Figure 5. Map showing the rate of change in the number of households by province, 2024–2025.
ข้อสังเกต จากรูปที่ 4 และ รูปที่ 5
- จังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรลดลงส่วนใหญ่จะเป็นจังหวัดที่อยู่ภาคเหนือต่อเนื่องมาภาคกลาง และส่วนหนึ่งเป็นจังหวัดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้นน้อยกว่าจังหวัดอื่น
- จังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเป็นจังหวัดที่อยู่ติดชายแดนฝั่งตะวันตกของประเทศได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี นอกจากนี้ยังมีจังหวัดที่มีแรงงานอุตสาหกรรมเด่นชัด เช่น ปทุมธานี สมุทรปราการ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง สำหรับภาคใต้ จังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่ จังหวัดกระบี่และภูเก็ต รวมถึง 3 จังหวัดชายแดน คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
- จังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนมากส่วนใหญ่จะพบอยู่ในภาคตะวันออก โดยทั่วทั้งประเทศไม่ปรากฏจังหวัดใดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนลดลง
เกิดปรากฏการณ์อะไรได้บ้าง : เมื่ออัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรลดลงแต่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้น
เนื่องจากจังหวัดที่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรลดลงแต่อัตราการเปลี่ยนแปลงจำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้น หมายถึงการมีจำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้น (มีจำนวนทะเบียนบ้านที่มีเลขที่บ้านเพิ่มขึ้น) แต่จำนวนประชากรลดลง (จำนวนประชากรที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและทะเบียนบ้านกลางลดลง) ซึ่งไม่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ทำให้อาจจะเกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ ขึ้นได้ โดยสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ประกอบด้วย
1) การมีจำนวนครัวเรือนเพิ่มขึ้นแต่ขนาดของครัวเรือนเล็กลง ซึ่งอาจจะเกิดครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น
2) การมีจำนวนครัวเรือนที่ผู้สูงอายุและผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียวเพิ่มขึ้น
3) การเพิ่มขึ้นของที่อยู่อาศัยโดยไม่จำเป็นต้องมีประชากรเพิ่มขึ้น
4) การเคลื่อนย้ายของประชากรออกจากพื้นที่
5) การเพิ่มขึ้นของทะเบียนบ้านที่มีเลขที่บ้านเพิ่มขึ้นแต่ไม่มีผู้อยู่อาศัยประจำ
หากมีการศึกษา วิจัยในรายละเอียดเพิ่มเติม ข้อมูลที่ได้จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนบริหารจัดการด้านการบริการของภาครัฐ ด้านการบริหารและจัดการภาคธุรกิจ และด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะประเด็นข้างต้นจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการศึกษา วิจัยสำหรับนักวิชาการ อาจารย์และนักศึกษา โดยสามารถนำไปต่อยอดศึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การใช้ประโยชน์ที่ดิน การศึกษา การสาธารณะสุข การขยายตัวของเมืองของชุมชน และอื่น ๆ ต่อไป
Anusorn Pumpuang 6/11/2026


