สาระภูมิศาสตร์

Thailand season: The factor behind the three seasons of Thailand – summer, rainy and winter seasons

อ่านเพิ่มเติม...

Map-perspective

 

แผนที่&GIS

หากเป็นผู้ใช้หรือผู้ผลิตแผนที่ต้องรับรู้และเข้าใจรายละเอียดประจำขอบระวาง รายละเอียดประจำขอบระวางที่ดีจะช่วย

อ่านเพิ่มเติม...

ข้อคิดเห็น

เรื่องเล่า

การวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางพื้นที่ เนื้อหาการบรรยายเน้นอธิบายให้เข้าใจเทคนิคการนำเสนอข้อมูลด้วยวิธีการ Classification Data รูปแบบต่างๆ รวมทั้งหลักการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางพื้นที่เบื้องต้น

อ่านเพิ่มเติม...

ภูมิประเทศ

ผ่าช่อ สภาพภูมิสัณฐานที่เห็นเป็นชั้นดินและหินแยกออกเป็นชั้นๆ เขาว่าเป็น แกรนด์แคนยอนเมืองไทย

"The geological formation, characterized by layers of soil and rock, is referred to as the Grand Canyon of Thailand."

อ่านเพิ่มเติม...

ภูมิอากาศ

ฤดูกาลของประเทศไทย: ปัจจัยเบื้องหลังสามฤดูกาลของประเทศไทย – ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว

Thailand season: The factor behind the three seasons of Thailand – summer, rainy and winter seasons

อ่านเพิ่มเติม...

ภัยพิบัติ

สำรับมนุษย์แล้ว ไฟเป็นทั้งเพื่อนและศัตรู ทาสและเจ้านาย  ไฟเป็นพลังธรรมชาติ ซึ่งได้ถูกมนุษย์นำมาใช้ประโยชน์

อ่านเพิ่มเติม...

แนวคิดทฤษฎี

เดิมนักภูมิศาสตร์มุ่งศึกษาในเชิงคุณภาพ (Qualitative) มากกว่าเชิงปริมาณ (Quantitative) ผลงานของนักภูมิศาสตร์จึงเป็นงานด้านการบรรยายเป็นหลัก ในการยอมรับจึงเป็นไปน้อยเพราะเชื่อกันว่าการศึกษาเชิงคุณภาพขาดความถูกต้องและเที่ยงตรง ในภายหลังนักภูมิศาสตร์จึงสนใจศึกษาเชิงปริมาณมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม...

ผลกระทบจากพายุฤดูร้อนที่ควรศึกษาและจัดการ

 เฝ้าระวังสภาพอากาศท้องถิ่น

หลังจากได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนที่บ้านภูมิ-เพียง แม่ริม..เลยบังอาจเสนอแนวคิดผ่าน มุมคิดมุมมอง ของผู้ได้รับผลกระทบเพราะเห็นว่าในท้องถิ่น ระดับจังหวัด น่าจะทำอะไรที่เกี่ยวกับการติดตามสภาพอากาศท้องถิ่นได้ระเอียดกว่าการคาดการณ์สภาพอากาศในพื้นที่ระดับภูมิภาคของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งโดยทั่วไปมักได้รับข่าวสารว่า พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มลดลงแต่ยังคงเกิดขึ้นได้ โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ขอนแก่น...

แล้วยังไง? (คำถามพื้นๆแบบบ้านๆ)

หากมีการตั้ง War room ติดตาม เฝ้าระวังและเตือนภัยพายุฤดูร้อนในท้องถิ่นได้น่าจะดี....เพราะอย่างน้อยประชาชนควรจะมีโอกาสเตรียมพร้อมเก็บข้าวของ ดูแลป้องกันสวนผลไม้ เตรียมที่พัก น้ำ ไฟสำรองและอื่นๆ ....เหตุผลที่สนับสนุนว่าทำไมต้องมี War room ติดตาม เฝ้าระวังและเตือนภัยพายุฤดูร้อนในท้องถิ่น เพราะว่าจังหวัดมีหน่วยงานที่สามารถสั่งการและขอความร่วมมือได้มากมาย ทั้งที่เป็นองค์ความรู้ ประสบการณ์ของบุคลากร รวมทั้งมีทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้งานเพื่อภารกิจนี้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

จากข้อมูลพบว่าหน่วยงานที่จะเป็นขุมกำลังด้านวิชาการและปฏิบัติการซึ่งสามารถช่วยสนับสนุนภารกิจ War room ติดตามสภาพอากาศโดยเฉพาะพายุฤดูร้อนในท้องถิ่นได้มีหลายหน่วยงานในจังหวัด เช่น   สำนักงานสถิติจังหวัด ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ สำนักงานส่งเสริมซอฟแวร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สาขา สำนักประชาสัมพันธ์เขต สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัด สำนักงานศึกษาธิการภาค สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง สำนักชลประทาน สถานีพัฒนาที่ดิน ศูนย์วิจัยพืชไร่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูง สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค สถานีควบคุมไฟป่าจังหวัด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ท้องถิ่นกลุ่มเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล สถานศึกษา มหาวิทยาลัย ฯลฯ

แล้วจะให้ทำอะไรบ้าง ?

จากผังการบริหารจัดการระดับจังหวัดซึ่งมีการประชุมหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เมื่อให้ความสำคัญโดยการตั้ง War room ติดตาม เฝ้าระวังพายุฤดูร้อนในท้องถิ่นแล้ว

สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ คือ

1. ศึกษา วิจัย : มหาวิทยาลัยในพื้นที่ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ภาควิชาภูมิศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หรือ ภาควิชา...มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ภาควิชา....มหาวิทยาลัย.... ฯลฯ ควรเข้ามาศึกษา วิจัยสภาพการเกิดพายุฤดูร้อนทั้งในส่วนก่อนการเกิด ระหว่างเกิดและหลังเกิดเหตุ (อาจจะเป็นงานสอนหรืองานวิจัยโดยคณะอาจารย์ นักศึกษาปริญญาตรี..โทก็ได้เนื่องจากเป็นการนำ ศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ประโยชน์ ดีกว่าให้มหาวิทยาลัยเน้นการสอนเทคโนโลยีมากกว่า ศาสตร์) ที่กล่าวว่า มหาวิทยาลัยในพื้นที่น่าจะศึกษาและนำผลมาใช้ได้เพราะว่าจากการสังเกตหลายครั้ง หลายปีต่อเนื่อง พบว่า

- ก่อนเกิดพายุฤดูร้อนมีการเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา ในพื้นที่มีอุณหภูมิจะร้อนจัดต่อเนื่อง มีลมร้อนพัดผ่านรุนแรงกว่าปกติเป็นระยะ ๆ ช่วงเวลาเช้าอุณหภูมิจะเย็นลงมาก(อุณหภูมิจะแตกต่างกันมากในช่วง 1 วัน) ฯลฯ     

- ขณะเกิดเหตุจะเกิดในพื้นที่เดิม ๆ โดยมีทิศทางลมเป็นทิศทางเดี่ยวกับทุกๆครั้ง

- หลังเกิดเหตุส่วนใหญ่บ้าน 2 ชั้นหลังคาจะเสียหาย บ้านที่มีไม้ใหญ่บังทิศทางลมจะเสียหายน้อยมาก ฯลฯ

            ทั้งหมดคือสิ่งที่ผู้เขียนสังเกตได้ หากมหาวิทยาลัยมีการศึกษา ส่งนักศึกษามาสำรวจและเก็บข้อมูลทั้งการสังเกตและพูดคุยกับชุมชนอาจจะตั้งสมมุติฐานอะไรได้ชัดเจนขึ้น ประกอบกับในระดับมหภาคยังมีข้อมูลอีกมากมายทั้งที่เป็นข้อมูล real time และ non real time ที่สามารถนำมาประกอบการศึกษาวิจัยได้โดยตรง

ที่สำคัญคือมหาวิทยาลัยท้องถิ่นได้ทำหน้าที่ของสถาบันการศึกษาที่นำผลการศึกษามาใช้ประโยชน์กับท้องถิ่น (นักศึกษาจะได้มีหัวข้อศึกษาวิจัยใหม่ ๆ...บ้าง ไม่ใช่แต่ศึกษาวิจัยเรื่องเดิม ๆ แต่เปลี่ยนพื้นที่ศึกษา หรือศึกษาวิจัยเฉพาะการทำงานของเทคโนโลยี...ซึ่งไม่ใช่ ศาสตร์)

            หากผลการศึกษาชัดเจนขึ้นจนทราบว่าในระดับท้องถิ่น(พื้นที่ขนาดเล็กระดับชุมชน ตำบล หมู่บ้าน) มีปัจจัยอะไรบ้างกระทำต่อกันอย่างไร(ตัวแปรและสมการในภาษาวิชาการ) จึงทำให้เกิดพายุฤดูร้อน  นี่คือจุดเริ่มต้นของ War room ติดตาม เฝ้าระวังและเตือนภัยพายุฤดูร้อนในท้องถิ่น

            2. พัฒนาเครื่องมือรวบรวมข้อมูล ติดตามและเตือนภัย : เมื่อทราบปัจจัยที่ทำให้เกิดพายุฤดูร้อน สิ่งที่ War room ติดตาม เฝ้าระวังและเตือนภัยพายุฤดูร้อนในท้องถิ่น ต้องดำเนินการคือการรวบรวมข้อมูล เช่น หากอุณหภูมิเป็นตัวแปรการเกิดพายุฤดูร้อน จะพบว่าหลายหน่วยงานมีการจัดเก็บข้อมูลในพื้นที่อยู่แล้ว ถ้าต้องการติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิเพิ่มเติมสามารถทำได้เบื้องต้น โดยระยะสั้นอาจจะติดตั้งแบบ Manual คือ อ่าน จดบันทึกและรายงานโดยคน ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทันทีที่ชุมชน บ้านผู้ใหญ่บ้าน โรงเรียน วัด ฯลฯ ส่วนระยะยาวอาจจะให้ สำนักงานส่งเสริมซอฟแวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สาขา..ศึกษาและพัฒนาเครื่องวัดอุณหภูมิที่เชื่อมรายงานผลผ่านระบบ Internet เข้ามาที่ War Room (แนวคิด Internet of Thing)

รวมทั้ง สำนักงานส่งเสริมซอฟแวร์แห่งชาติฯ ยังสามารถนำเอาตัวแปรและสมการการเกิดพายุฤดูร้อนในท้องถิ่นมาพัฒนาระบบการติดตามและเตือนภัยได้

            3. จัดตั้ง War room ติดตาม เฝ้าระวังและเตือนภัยพายุฤดูร้อนในท้องถิ่น : โดยจะประกอบด้วย 4 ส่วนที่ต้องทำงานร่วมกันคือ

- หน่วยข้อมูล เป็นหน่วยรับส่งข้อมูลที่มีทั้งที่ผ่านระบบ Internet และผ่านเครือข่ายท้องถิ่นจากหน่วยงานในพื้นที่ซึ่งต้องเชื่อมโยงเข้ามารวมที่ War Room เช่น

- หน่วยติดตามและเฝ้าระวัง เป็นหน่วยรวมรวม ประมวล และรายงานผลและแปลความการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งอาจจะเป็นสถาบันการศึกษาและคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ สำนักงานส่งเสริมซอฟแวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สาขา ฯลฯ

- หน่วยเตือนภัย เป็นกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องการการประชาสัมพันธ์และแจ้งเหตุ ได้แก่ สำนักประชาสัมพันธ์เขต สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัด ฯลฯ

- หน่วยปฏิบัติการณ์ในพื้นที่ เป็นกลุ่มที่ต้องออกไปช่วยเหลือหลังเกิดเหตุเป็นปกติอยู่แล้ว เช่น การไฟฟ้าภูมิภาค การประปา ฯลฯ แต่สิ่งที่ควรให้หน่วยงานเหล่านี้ได้รับรู้ คือ ข้อมูลจาก War Room เพื่อการเตรียมพร้อมทั้งการตั้งรับและการแก้ปัญหา

สิ่งที่เสนอข้างต้นเป็นเพียงแนวคิดที่เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น(รายละเอียดปลีกย่อยยังคงมีอีกมากมาย) การนำไปปฏิบัติจริงมีความเป็นไปได้แต่ต้องประยุกต์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมจริงทั้งสภาพแวดล้อมการบริหาร สภาพแวดล้อมทางวิชาการ และสภาพแวดล้อมทางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หากมีความเป็นไปได้การมีเพียง War room ติดตาม เฝ้าระวังและเตือนภัยพายุฤดูร้อนในท้องถิ่น อาจจะมีความคุ้มค่าและเหมาะสมมากขึ้นเมื่อหน่วยงานระดับจังหวัดจะขยายผลเป็น War Room การเฝ้าระวังและเตือนภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติของท้องถิ่น

สาระภูมิศาสตร์

  • มวลสารที่อัดแน่นอยู่ระเบิดออกอย่างรุนแรง (Big Bang) ทำให้เกิดระบบสุริยจักรวาล

    อ่านเพิ่มเติม...

แผนที่ & GIS

  •  

    การนำข้อมูลในระบบ GIS ที่เป็น Attribute data มาแสดงผลให้เห็นเป็นภาพในแผนที่ สามารถแสดงได้ 4 รูปแบบ คือ

    อ่านเพิ่มเติม...

เล่าหลากมุม

  •  

     มาเล่นสงกรานต์ถึงเชียงใหม่ คิดถึงวันเก่า ๆ ที่ใส่เสื้อม่อฮ่อมเล่นสาดน้ำรอบเมือง

    Songkran festival in Chiang Mai, reminiscing about the old days when we wore the traditional 'moh hom' shirt, splashing water around the city.

    อ่านเพิ่มเติม...
JSN Epic is designed by JoomlaShine.com