เล่าหลากมุม

บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับบริการทางสาธารณสุขที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน

อ่านเพิ่มเติม...

Map-perspective

 

แผนที่&GIS

เมื่อผู้ใช้แผนที่กำหนดจุดยืนบนแผนที่แล้วต้องการเห็นภูมิประเทศข้างหน้าในแนวขวางเพื่อต้องการรู้ความสูงต่ำของภูมิประเทศ เห็นการบดบังสายตา เห็นความลาดชัน เนินหุบเขา และร่องน้ำในลักษณะของภาพหน้าตัด ซึ่งโปรแกรมด้านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ชุด 3 D สามารถทำได้ง่าย รวดเร็ว หากแต่เราไม่สามารถหาโปรแกรมและข้อมูลที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ได้ตลอดเวลา

 

อ่านเพิ่มเติม...

ข้อคิดเห็น

สาระภูมิศาสตร์-promote-right

ฝนตกในวันที่ 9 และ 10 ธ.ค. 2566 ในวันที่ 11 ธ.ค. 2566 ไม่มีหมอก วันที่ 12 ธ.ค. 2566 ตอนเช้าอากาศเย็นเล็กน้อย ปรากฏมหมอกบาง ๆ รอบๆ บ้านภูมิ-เพียง แม่ริม เชียงใหม่

Rain on December 9 and 10, 2023. December 11, 2023, no fog. On December 12, 2023, the morning was slightly cold. The fog appeared around the BaanPoomPiang Mae Rim Chiang Mai.

อ่านเพิ่มเติม...

เรื่องเล่าจากนักภูมิศาสตร์

 

เพื่อไม่ให้เนื้อหาที่เตรียมไปบรรยายประกอบการเรียน การสอนวิชา 154108 เสียของ จึงขอนำเอามาเขียนไว้ใน www.GEO2GIS.com โดยจะแบ่งเป็น 5 ตอน

อ่านเพิ่มเติม...

เรื่องเล่าเก่าเก็บ

เพราะว่า กรุงเทพมหานครเป็นชื่อเฉพาะที่รับรู้ใน 2 สถานะ คือ ในสถานะของ เมืองกรุงเทพมหานครกับสถานะ หน่วยงานราชการท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร

อ่านเพิ่มเติม...

เล่าด้วยภาพ

นักท่องเที่ยว แรงงานต่างด้าว ในเมืองเชียงใหม่ 

Travelers and foreign workers in the city of Chiang Mai.

อ่านเพิ่มเติม...

เล่าเรียน

ผลงานทางวิชาการเสนอเป็นผลงานในการปรับระดับการดำรงตำแหน่งจากเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ 7 เป็นเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ 8ว. ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม...

 ติดตามสถานการณ์ภารกิจช่วยเหลือเด็ก ๆ หายและเริ่มต้นการค้นหา

 

ในอดีตการเรียนรู้และศึกษาของนักภูมิศาสตร์ส่วนหนึ่งเกิดจากการสำรวจ การสังเกต การสอบถามและบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในพื้นที่ ทั้งที่เกี่ยวกับภูมิประเทศ ภูมิอากาศ สิ่งมีชีวิตตลอดจนความสัมพันธ์เกี่ยวข้องระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้กลายเป็นองค์ความรู้ทางภูมิศาสตร์ที่แพร่กระจายและขยายสาขาออกไปมากมาย แม้ในระยะหลังมนุษย์จะเชื่อถือและให้ความสำคัญกับความรู้ที่อ้างอิงจากข้อมูลตัวเลขก็ตาม ความรู้ที่เป็นเรื่องเล่าและเรื่องราวก็จะยังเป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตได้ และต่อไปนี้จะเป็นเรื่องเล่าที่เกิดจากการบันทึกข้อมูลที่ขึ้นในพื้นหนึ่ง ในเวลาหนึ่ง และในความทรงจำหนึ่ง

ภายหลังการเกิดเหตุการณ์ “13 ชีวิตติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ผมในฐานะนักภูมิศาสตร์และ Web Master: www.geo2gis.com ที่เพื่อนๆ รู้จักและติดตามผลงานถูกเพื่อนๆ สอบถามถึงแนวคิด วิธีการของนักภูมิศาสตร์ต่อการช่วยเหลือน้อง ๆ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เนื่องจากเพื่อน ๆ รู้ว่า นักภูมิศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งด้านการเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ การให้ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านสื่อต่าง ๆ

           

 เพื่อนๆ ติดต่อผ่านสื่อ Social สอบถามถึงแนวคิดนักภูมิศาสตร์ต่อสถานการณ์ฯ เนื่องจาก นักภูมิศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในเหตุการณ์ดังกล่าว

 

 สำหรับผมตั้งใจไว้ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ว่าผมจะต้องเข้าไปในพื้นที่ที่เกิดเหตุเพื่อสังเกตพื้นที่จริงแบบนักภูมิศาสตร์ แล้วบันทึกเหตุการณ์ในส่วนที่องค์ความรู้ทางภูมิศาสตร์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แล้ววันที่ 23 ธันวาคม 2561 ผมก็ได้เดินทางโดยการขับรถยนต์ส่วนตัวไปที่วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ได้สัมผัสและรับรู้ถึงพื้นที่จริงแม้ว่าปัจจุบันจะมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่สำหรับการจินตนาการบรรยากาศการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ของผู้ที่เข้าไปมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ ในเวลานั้นแล้ว ยังคงสามารถสังเกตเห็นร่องลอยเหตุการณ์ความยุ่งยากลำบากในพื้นที่อย่างชัดเจน

 

            

ทางเดินเข้าสู่ถ้ำหลวง เส้นทางปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวและผู้สนใจในเหตุการณ์จำนวนมากมายใช้เดินทางเข้าไปสู่พื้นที่เกิดเหตุ บ้างเข้าไปท่องเที่ยว บางคนที่สนใจเหตุการณ์ก็ต้องการเข้าไปสังเกต เข้าไปรับรู้บรรยากาศที่เคยเกิดขึ้นในวันนั้น

          

ป้ายบอกสถานที่วนอุทยานฯ ยังคงเป็นจุดที่หลายคนสนใจเข้าไปถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้ยืนยันว่าได้เดินทางมาที่นี่แล้ว

         

อนุสาวรีย์จ่าแช่ม วีรบุรุษที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ ถ้ำหลวงฯ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเตือนใจให้หลายคนจดจำเหตุการณ์และความดีที่ร่วมสร้างไว้กับจ่าแช่ม

         

กระสอบปูบนทางเดินเพื่อป้องกันการลื่นล้มเป็นร่องรอยที่ปรากฏในพื้นที่ซึ่งยังคงพบเห็นอยู่ตลอดเส้นทางเข้าสู่ปากถ้ำและเส้นทางโดยรอบ

เหตุการณ์ “13 ชีวิตติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนถูกติดตามอย่างต่อเนื่องโดย วิทยุ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ แทบทุกสำนักทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงสื่อที่เป็น Social media ก็มีการติดตามและแสดงความคิดเห็นวันต่อวัน นาทีต่อนาที สำหรับผมแล้ว การเฝ้าติดตามเหตุการณ์ผ่านสื่อ หลายสื่อ หลายสำนักโดยเฉพาะผ่านการรายงานของสถานีโทรทัศน์ที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนได้เห็นและเข้าถึงเหตุการณ์หลายด้าน หลายมุม หลายพื้นที่ในเวลาเดียวกัน ทำให้การทบทวน การหาข้อมูลเพื่อนำมาเขียนเล่าเหตุการณ์สามารถปะติดปะต่อได้อย่างชัดเจนพอสมควร

         

 สื่อวิทยุ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ แทบทุกสำนักทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงสื่อที่เป็น Social media ต่างติดตามและแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์วันต่อวัน นาทีต่อนาที

 

การพยายามทบทวนและเขียนเล่าเหตุการณ์ เขียนบ้างหยุดบ้างจนกระทั้งครบรอบ 1 ปีที่เกิดเหตุการณ์ฯ จึงมีโอกาสนำเอาข้อเขียนภายใต้แนวคิด วิธีการของนักภูมิศาสตร์มาเผยแพร่ ทั้งนี้เนื้อหาที่เขียนจะอ้างอิงข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับเป็นรายวัน พร้อมกับการนำเสนอความรู้และข้อคิดเห็นทางภูมิศาสตร์ประกอบไปด้วย

ดอยนางนอน และถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

เทือกเขาแดนลาวที่ทอดตัวเป็นแนวยาวจากเหนือจดใต้ เป็นแนวพรหมแดนกั่นระหว่างรัฐฉาน สหภาพเมียนม่าร์กับจังหวัดเชียงราย ราชอาณาจักรไทย ทางด้านเหนือตอนบนของเทือกเขาถูกเรียกว่า ดอยนางนอน หากมองไปตามแนวภูเขาที่ทอดยาวทางฝั่งตะวันตกของถนนพหลโยธินจากเชียงรายไปยังอำเภอแม่สายจะเห็นคล้ายกับรูปผู้หญิงทอดกายนอนหงายปลายเท้าอยู่ในเขตอำเภอแม่จัน ส่วนหัวอยู่ในเขตของอำเภอแม่สาย โดยส่วนหัวสุดอยู่บริเวณบ้านผาหมี ตำบลเวียงพางคำ ส่วนจมูกและใบหน้าอยู่บริเวณบ้านจ้อง ตำบลโป่งผาซึ่งเป็นที่ตั้งของ วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจ

           

เทือกเขาแดนลาวทอดตัวเป็นแนวยาวจากเหนือจดใต้ เป็นแนวพรหมแดนกั่นสหภาพเมียนม่าร์กับประเทศไทย ตอนเหนือของเทือกเขาแดนลาวเป็นที่ตั้ง ดอยนางนอ และดอยตุง (ที่มาของภาพถ่าย : จากดาวเทียม Google Earth)

ดอยนางนอนเป็นที่ตั้งของพระธาตุดอยตุง โดยเทือกเขามีจุดสูงสุดคือ ผาช้างมูบ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 830 เมตร พื้นที่ทางตะวันตกเป็นที่สูงและลาดลงไปทางตะวันออก (ทำให้ด้านตะวันออกของดอยนางนอนเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ไปจนจรดเขตอำเภอเชียงแสน) ทางทิศใต้เป็นที่ราบติดกับอำเภอแม่จันและอำเภอแม่ฟ้าหลวง สภาพพื้นที่ทั่วไปของดอยนางนอนเป็นภูเขาหินปูนมีถ้ำอยู่หลายแห่ง ถ้ำหลวงเป็นถ้ำที่อยู่ในพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ซึ่งนักฟุตบอลเด็กทีมหมูป่าอะคาเดมีเข้าไปเที่ยวและติดอยู่ข้างใน

           

ดอยนางนอนทอดยาวทางฝั่งตะวันตกของถนนพหลโยธิน หากขับรถไปทางเหนือตามเส้นทางเมื่อมองไปทางทิศตะวันตกจะเห็นดอยนางนอนรูปร่างคล้ายกับรูปผู้หญิงทอดกายนอนหงายด้านหัวหันไปทางทิศเหนือ

หายและเริ่มต้นการค้นหา

วันที่ 23 มิถุนายน 2561 :

ในวันที่ 23 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณบ่ายสามโมง เป็นเวลาที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนใกล้ปิดทำการ จากข้อมูลข่าวจากไทยพีบีเอส กล่าวถึงเจ้าหน้าที่ของวนอุทยานฯ ซึ่งได้เดินสำรวจและแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบว่าจำเป็นต้องกลับออกไปจากวนอุทยานฯแล้ว การกลับออกไปของนักท่องเที่ยวในเวลานี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติของทุกวัน สำหรับวันนี้ถือว่าเป็นวันที่ไม่ปกติ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของวนอุทยานฯ ได้พบรถจักรยาน 11 คันจอดอยู่ปากทางเข้าถ้ำ เจ้าหน้าที่พยายามตามหาเจ้าของรถจักรยาน แต่ก็หาไม่พบ ข้อมูลบอกเพิ่มเติมว่ามีผู้ปกครองนักฟุตบอลเด็กทีมหมูป่าอะคาเดมีคนหนึ่งสงสัยว่าทำไมลูกยังไม่กลับบ้านจึงโทรศัพท์ถามเพื่อนลูกและทราบว่าลูกปั่นจักรยานไปเที่ยวกับเพื่อนที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

การพบแต่รถจักรยานจอดที่หน้าถ้ำหลวงฯ แต่ไม่พบตัวเด็กๆ ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ปกครองตลอดจนผู้เกี่ยวข้องต่างคิดตรงกันว่าเด็ก ๆ น่าจะเข้าไปในถ้ำหลวง สิ่งที่เริ่มทำคือการเริ่มค้นหาเด็ก ๆ ในถ้ำ

การค้นหาเด็ก ๆ ที่หายเข้าไปในถ้ำของเจ้าหน้าที่และผู้ปกครอง แม้จะใช้เวลายาวนานแต่ก็ยังไม่พบเด็ก ๆ จนกระทั่งเวลาประมาณสามทุ่มครึ่ง เจ้าหน้าที่จึงตัดสิ้นใจแจ้งข้อมูลเด็กหายกับมูลนิธิสยามรวมใจแม่สายและศูนย์วิทยุ 191 สภ.แม่สาย ทำให้การค้นหาเด็ก ๆ เริ่มต้องใช้กำลังและเครื่องมือ อุปกรณ์มากขึ้น โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 หน่วยพร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ประกอบการสำรวจ ได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ ร่วมค้นหา พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเพื่อระดมเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญการสำรวจเข้ามาร่วมค้นหาเพิ่มขึ้น

          

รถจักรยาน 11 คันถูกจอดอยู่ปากทางเข้าถ้ำ เจ้าหน้าที่ของวนอุทยานฯ พยายามตามหาเจ้าของรถจักรยานแต่ก็หาไม่พบ การรายงานผู้บังคับบัญชาและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการระดมเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญการสำรวจเข้ามาร่วมค้นหาเพิ่มขึ้น (ที่มา : ภาพต้นแบบจาก www.komchadluek.net)

วันที่ 24 มิถุนายน 2561 :

การค้นหาดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านหลังเที่ยงคืนของวันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งเป็นเช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2561 ทีมกู้ภัยได้นำถังออกซิเจน อุปกรณ์นำทางและเชือกเข้าไปค้นหาในถ้ำ แต่ค้นอย่างไรก็ยังไม่พบเด็ก ๆ พบแค่เพียงรองเท้าแตะและกระเป๋าจำนวนหนึ่งจนกระทั้งเวลาประมาณตีสี่ ทีมกู้ภัยต้องยุติการค้นหาเนื่องจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของระดับน้ำภายในถ้ำ

           

การเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ำในถ้ำทีมกู้ภัยต้องยุติการค้นหา โดยยังไม่พบเด็ก ๆ พบแค่เพียงรองเท้าแตะและกระเป๋า (ที่มา: ภาพต้นแบบจาก www.naewna.com)

ในเวลาประมาณแปดโมงเช้าของวันที่ 24 มิถุนายน 2561 ทีมกู้ภัยได้เริ่มเข้าไปค้นหาเด็กอีกครั้ง พร้อมกันนี้ทีมที่ช่วยภายนอกอีกกลุ่มก็เริ่มสูบน้ำผ่านสายยางขนาดใหญ่ออกทางปากถ้ำ อย่างไรก็ตาม แม้จะเร่งสูบน้ำออกจากถ้ำน้ำในถ้ำก็ยังคงสูงมากและยังคงเป็นอุปสรรคกับการค้นหาเด็ก ๆ จนเวลาผ่านไปถึงประมาณบ่ายโมง ทีมค้นหาได้ส่งนักประดาน้ำลงไปสำรวจโพรงถ้ำและพบว่า โพรงถ้ำด้านในถูกปิดกั้นด้วยน้ำลึกถึง 5 เมตร บางช่วงของโพรงถ้ำแคบมาก มีทั้งหินงอก หินย้อย อากาศด้านในมีความชื้นและไม่ถ่ายเท และเมื่อนักประดาน้ำสำรวจไปไกลถึงประมาณ 3 กิโลเมตร พบว่าน้ำในโพรงถ้ำขุ่นมาก มีทรายและโคลนไหลตลอด ทำให้ทีมนักประดาน้ำจำเป็นต้องถอนกำลังออกมา

ในตอนเย็นวันนี้ เจ้าหน้าที่ทีมค้นหาได้มีการวางแผนและประสานงานขอความช่วยเหลือจากหน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม กองทัพเรือหรือหน่วยชีลเพื่อขอให้มาช่วยค้นหาเด็ก ๆพร้อมไปกับทีมดำน้ำในพื้นที่อีกส่วนหนึ่ง

ตั้งแต่เริ่มต้นการค้นหาฯ อุปสรรคมากมายเกิดขึ้นจากลักษณะภูมิประเทศและธรรมชาติที่หลากหลายซับซ้อน ทั้งปริมาณน้ำฝนที่มีส่วนต่อปริมาณน้ำในถ้ำและลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ทั้งภายนอกและภายในถ้ำ ซึ่งในทางภูมิศาสตร์แล้วลักษณะดังกล่าวมีการเกิดขึ้นประจำและเปลี่ยนแปลงไปตามพื้นที่และเวลามายาวนานและต่อเนื่อง ซึ่งอธิบายได้ดังนี้

สภาพภูมิอากาศ (Climate) ในช่วงเวลาที่มีการติดตามค้นหา “13 ชีวิตติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนนั้น นักภูมิศาสตร์ทราบดีอยู่แล้วว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ เป็นช่วงของฤดูฝนซึ่งลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเอามวลอากาศชื้นข้ามเส้นศูนย์สูตรมาพบกับร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านประเทศไทย ทำให้เกิดฝนอย่างต่อเนื่อง หากสภาพภูมิอากาศปกติเหมือนหลาย ๆ ปีในอดีต ปลายเดือนมิถุนายนจะเกิดปรากฏการณ์ฝนทิ้งช่วงเนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านประเทศไทยจะเลื่อนขึ้นไปทางเหนือเลยออกไปทางตอนใต้ของจีน แต่นั่นคือสภาพภูมิอากาศ (Climate) ที่เกิดขึ้นประจำต่อเนื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าปลายเดือนมิถุนายนของทุกปีจะเกิดปรากฏการณ์ฝนทิ้งช่วง และในปี 2561 ปลายเดือนมิถุนายนฝนก็ยังคงตกเช่นเดิม จึงเป็นอุปสรรคหลักต่อการเข้าไปค้นหาและนำเด็ก ๆ ออกมาจากถ้ำหลวงฯ

ในขณะที่ลักษณะภูมิประเทศของขุนน้ำนางนอนที่พื้นที่เป็นแนวภูเขาสูงที่ประกอบด้วยหินแกรนิตเป็นแกน มีหินทรายที่เกิดจากการทับถมของตะกอน และหินปูนเป็นส่วนประกอบหลัก เมื่อฝนตกน้ำฝนจะไหลลงสู่ที่ต่ำและกัดเซาะพื้นผิวหน้าของภูเขาทำให้เกิด แอ่งน้ำ ทางน้ำหรือร่องน้ำ ซึ่งน้ำจะมาไหลรวมกันและไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำโดยจะรวมกันเป็นทางน้ำและแหล่งน้ำขนาดต่าง ๆ ที่เรียกว่า ลำธาร” “ลำห้วย” “หนอง” “บึงฯลฯ ในการไหลของน้ำจากที่สูงลงมาสู่ที่ต่ำไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ชันมากหรือน้อยก็ตาม หากพื้นผิวดินมีช่องเป็นโพรงเป็นรู บางครั้งทางน้ำที่ไหลมาจะมุดหายลงไปใต้พื้นผิวดิน ซึ่งเราเรียกว่า น้ำมุดรู หรือ ช่องน้ำมุด (Swallet) หรือบางครั้งทางน้ำที่ไหลมาจะมาขังรวมเป็นแอ่งและจะมุดหายลงไปใต้พื้นผิวดินเราจะเรียกว่า แอ่งน้ำมุด (Swallow hole)” น้ำที่มุดหายลงไปในดินจะไหลแทรกไปตามรอยแยกใต้ผิวดิน น้ำส่วนนี้อาจจะไหลไปเป็นน้ำใต้ดินหรืออาจจะไหลผุดออกมาจากใต้ดิน เราจะเรียกว่า น้ำผุด (Resurgence, Rise)หรือบางครั้งเราจะคุ้นเคยกับคำว่า ตาน้ำผุด ซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน โดยตาน้ำผุดจะเกิดจากป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ที่เก็บกักน้ำไว้ในฤดูฝน และปล่อยน้ำลงสู่ใต้ดิน แล้วผุดออกมาจากใต้ดินอย่างสม่ำเสมอแม้ในยามฤดูแล้ง

เนื่องด้วยภูมิประเทศของขุนน้ำนางนอนที่มีหินปูนเป็นส่วนประกอบจะมี รอยแตก (Joints) และรอยเลื่อน (Fault)” ปรากฏให้เห็น (รอยเลื่อน สังเกตได้จากลักษณะเป็นหน้าผายาวต่อเนื่องซึ่งเกิดจากการแตกของหินและเลื่อนยุบตัวเป็นแนว) และด้วยที่หินปูนมีส่วนประกอบเป็นแร่แคลไซด์หรือแคลเซี่ยมคาร์บอเนต เมื่อหินปูนถูกน้ำฝนที่มีลักษณะเป็นกรดอ่อน ๆ (น้ำฝนดูดกลืนคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศและทำปฏิกิริยากลายเป็นกรดคาร์บอนิคอ่อน ๆ) ไหลผ่านรอยแตกลงไปใต้ดินนับเป็นพันปี จะทำให้เกิดลักษณะภูมิประเทศต่าง ๆ โดยบริเวณที่น้ำฝนซึมลงพื้นผิวไปละลายหินปูนที่อยู่ข้างใต้ทำให้ผิวดินด้านบน ทำให้เกิดการยุบตัวลงกลายเป็นหลุมใหญ่ที่เรียกว่า หลุมยุบ (Sinkhole)” บางส่วนของน้ำฝนที่แทรกผ่านบริเวณหินปูนส่วนที่เป็นรอยแตกและละลายขยายต่อเนื่องจนทำให้บนผิวดินยุบเป็นหลุมกว้างกลายเป็นหลุมยุบ” (Sinkhole) เช่นกัน

เช่นเดียวกับบริเวณหน้าผาที่มีรอยแตกของหิน น้ำฝนจะซึมลงไปในพื้นผิวของหินและละลายหินปูนจนเกิดเป็นโพรงลึกลงไปจนกลายเป็นลักษณะคล้ายหลุมยุบ โพรง ถ้ำเล็ก ๆ หรือทางลอด สำหรับการละลายหินปูนที่อยู่ข้างใต้ลึกลงไปและทำให้เกิดโพรงต่อเชื่อมกัน โพรงใต้ดินนี้จะเป็นช่องที่น้ำไหลไปรวมกันกลายเป็นเป็น น้ำใต้ดินและน้ำบาดาล (Ground water)” และด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน น้ำใต้ดินก็จะละลายหินปูนจนเป็นโพรงขนาดกว้างใหญ่ภายใต้ดิน เราเรียกโพรงนี้ว่า ถ้ำ (Cave)” โดยลักษณะของถ้ำอาจจะเป็นโพรงที่คดเคี้ยวหรือตรงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างทั้งความแรง ความเร็ว การท่วมขัง การกัดเซาะของน้ำที่ไหลอยู่ใต้ดินและอื่น ๆ

นอกจากในถ้ำจะเป็นโพรงขนาดต่าง ๆ แล้ว สำหรับโพรงขนาดใหญ่จะมีผนังถ้ำที่เป็น หินงอก (Stalagmite)” “หินย้อย (Stalactite) หรือ เสาหิน (Pillar)ประกอบกัน โดย หินงอก(Stalagmite) เกิดจากน้ำที่ไหลอยู่ใต้ดินได้ไหลมาตามเพดานถ้ำและหยดลงพื้นถ้ำ ซึ่งน้ำที่ไหลมาหยดนี้ได้ละลายเอาหินปูนเจือปนมา น้ำที่หยดลงสู่พื้นถ้ำเมื่อน้ำระเหยไปก็จะเหลือหินปูนสะสม ซึ่งนานวันจะเกิดการทับถมเกิดเป็น หินงอก (Stalagmite) สำหรับส่วนบนเพดานถ้ำซึ่งเป็นจุดที่น้ำหยดก็จะเกิดการสะสมของหินปูนเมื่อน้ำระเหยไปจุดนั้นก็จะเกิดหินปูนสะสมเป็น หินย้อย(Stalactite) หากหินงอกและหินย้อยสะสมมากขึ้น การงอกของหินงอกและหินย้อยจะมาเชื่อมต่อกันจนมีลักษณะที่เรียกว่า เสาหิน (Pillar) สำหรับพื้นถ้ำนั้น การไหลและกัดเซาะของน้ำทั้งน้ำบนดินที่ไหลเข้าถ้ำและน้ำใต้ดินที่ไหลผุดขึ้นในถ้ำ ต่างจะพัดพาเอาเศษตะกอนไหลมาสะสมเป็นเนินสูงที่เรียกว่า หาด (Beach)บริเวณหาดที่เป็นเนินสูงกว้างใหญ่ในถ้ำบางส่วนเกิดจากหินข้างบนที่ถูกน้ำกัดเซาะละลายแล้วยุบตัวหล่นลงมาจากเพดานถ้ำมากองทับถม ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้จากโพรงหรือปล่องด้านบนของหาด การยุบตัวจนเป็นโพรงหรือปล่องด้านบนเพดานถ้ำก็คือขบวนการที่ต่อเนื่องจากการเกิดหลุมยุบนั่นเอง อย่างไรก็ตามโพรงหรือปล่องด้านบนเพดานถ้ำเหนือหาดอาจจะไม่ปรากฏให้เห็นชัดเจนเนื่องจากการกัดเซาะละลายของหินปูนด้านบนใกล้เคียงกับโพรงจะนำเอาก้อนของหินปูนไหลหล่นลงมาทับถมปิดโพรงหรือปล่องจนไม่สามารถมองเห็นได้

          ด้วยสภาพภูมิอากาศและสภาพภูมิประเทศตามที่กล่าวมาข้างต้นคืออุปสรรคที่ทำให้ภารกิจการค้นหาเด็กที่จะเกิดในวันต่อ ๆมามีปัญหาที่ต้องการข้อมูล เครื่องมือและพลังสนับสนุนการแก้ไขเป็นระยะ ๆ ซึ่งนักภูมิศาสตร์จะเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามามีส่วนในการสนับสนุนภารกิจนี้ แม้จะเป็นหน่วยสนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังก็ตาม

           

 ลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาหินปูนบริเวณขุนน้ำนางนอนจะมีลักษณะเป็น แนวเขามีทั้ง แอ่งน้ำ ทางน้ำหรือร่องน้ำ” “น้ำมุดรู หรือ ช่องน้ำมุด” “แอ่งน้ำมุด” “น้ำผุด หรือ ตาน้ำผุด” “รอยแตก” “รอยเลื่อน” “หลุมยุบ” “น้ำใต้ดิน” “ถ้ำ” “หินงอก” “หินย้อย” “เสาหิน” “เนินหาดและอื่น ๆ ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ทีมค้นหาควรเข้าใจเมื่อต้องค้นหาเด็ก ๆ ในถ้ำหลวง

 

          อ่านตอน 2

          อ่านตอน 3

          อ่านตอน 4

          อ่านตอน 5

 

 

 

 

สาระภูมิศาสตร์

  • สำรับมนุษย์แล้ว ไฟเป็นทั้งเพื่อนและศัตรู ทาสและเจ้านาย  ไฟเป็นพลังธรรมชาติ ซึ่งได้ถูกมนุษย์นำมาใช้ประโยชน์

    อ่านเพิ่มเติม...

แผนที่ & GIS

เล่าหลากมุม

  • ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System for Administration)” สอนที่ วิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ เนื้อหาเกี่ยวกับ การใช้ข้อมูลและสารสนเทศ การบริหารจัดการ ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

    อ่านเพิ่มเติม...
JSN Epic is designed by JoomlaShine.com